เคล็บลับดับ กลิ่นปาก ที่ใครๆก็ไม่พึงประสงค์

0
220

ลมหายใจที่ร้ายกาจ ทำให้คุณพลาดสิ่งดีๆในชีวิตไปอีกหลายอย่างเลยค่ะ บางคนไม่สามารถผูกมิตรกับเพื่อนได้ก็เพราะว่า เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีกลิ่นปาก หรือบางคนอาจจะตกงานทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่กลิ่นปากของเขานั่นละ มาลองตรวจดูกลิ่นปากของคุณกันสักหน่อยว่ามีมากน้อยเพียงใด จะได้หาแนวทางการแก้ไขได้ทัน

เริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุของกลิ่นปากกันก่อน ว่ากลิ่นปากที่คุณมีเกิดมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งสาเหตุของกลิ่นปากแบ่งได้เป็น 2 กรณี ได้แก่

  1. สาเหตุจากในช่องปาก พบในคนส่วนมากที่รักษาสุขภาพในช่องปากได้ไม่ดี แปรงฟันไม่สะอาด มีแผลร้อนใน เป็นโรคเหงือกอักเสบ มีหินปูนรอบๆ ฟัน หรือมีฟันผุ คราบอาหารที่ติดอยู่จะสะสมกันจนเกิดเป็นกลิ่นบูดภายในปากได้

2. โรคภัยอื่นๆ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โพรงไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ
วัณโรคปอด ฝีในปาก กรดไหลย้อน มีเนื้องอกในช่องปากหรือช่องคอ

    3. พฤติกรรมส่วนบุคคล เช่น การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง การดื่มสุรา หรือการสูบบุหรี่

    ไม่ว่ากลิ่นปากของคุณจะเกิดมาจากสาเหตุไหน แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องหาทางดับกลิ่นมันให้ได้ มาลองมาดูวิธีการแก้ไขกลิ่นปากกันเลยดีกว่า

1. ดื่มน้ำให้มากเพียงพอ

เป็นไปได้ว่ากลิ่นปากเหม็นๆอาจเกิดจากการที่คุณไม่ค่อยดื่มน้ำ ซึ่งถึงแม้ว่าน้ำลายจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ แต่ถ้าหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้น้ำลายหลั่งออกมาได้น้อยกว่าปกติ และส่งผลให้ปากเหม็นได้เช่นกัน

    ดังนั้น แค่เพิ่มการดื่มน้ำให้มากขึ้น ก็ช่วยระงับกลิ่นปากเบื้องต้นได้แล้ว แถมยังช่วยให้ผิวสวยอีกด้วยนะ

2. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 2-3 เดือน

จำได้หรือเปล่าว่าแปรงสีฟันที่คุณกำลังใช้อยู่ทุกวัน เริ่มใช้มาตั้งแต่ตอนไหน บางคนต้องรอให้แปรงบานก่อน ขนร่วงก่อน ถึงจะยอมเปลี่ยนแปรงสีฟันอันไหม่ ซึ่งบางทีอาจจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคจนกลายเป็นกลิ่นปากได้ เพราะแปรงสีฟันถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดีที่มีทั้งอาหารและความชื้นอยู่ครบ เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และเข้าปากคุณทุกครั้งที่คุณหยิบแปรงขึ้นมาสีฟัน วิธีง่ายๆในการแก้ปัญหาก็คือ คุณจะต้องล้างแปรงสีฟันให้สะอาดและทำให้แห้งโดยเร็วที่สุด อีกทั้งการเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2-3 เดือน เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้แล้ว

 

3. รับประทานผักสด ๆ ช่วยดับกลิ่น

ใครมีกลิ่นปากต้องทานผักผลไม้ให้มากหน่อย เพราะว่าใยอาหารจากผักผลไม้จะช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียในช่องปากของคุณได้ และช่วยลดกลิ่นปากให้น้อยลงได้อย่างไม่ยากเย็น

 

4. ใช้น้ำเกลือบ้วนปาก

หลังจากมื้ออาหาร การบ้วนปากจะช่วยลดกลิ่นปากได้ โดยน้ำยาบ้วนปากไม่จำเป็นต้องซื้อแบบสำเร็จรูป เพราะแค่ใช้เกลือผสมน้ำก็นำมาบ้วนปากได้แล้ว การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือจะเข้าไปช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากและคอออกไปได้มากขึ้น และช่วยทำให้ปากหอมสะอาดได้มากกว่าที่เคยเป็น

 

5. เคี้ยวเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาว

หลังมื้ออาหารถ้าไม่มีเวลาแปรงฟันหรือบ้วนปาก คุณสามารถลดกลิ่นปากง่ายๆด้วยวิธีการเคี้ยวเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวก็ได้เช่นกัน เพราะกรดซิตริกในผลไม้เหล่านี้มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากได้ ดังนั้น จึงสามารถช่วยลดแบคทีเรียสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน จากนั้นก็ให้ดื่มน้ำสะอาดตามเข้าไปด้วยเพราะชะล้างกรดที่หลงเหลืออยู่

 

6. รับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์

สำหรับคนที่มีปัญหากลิ่นปากมากๆ ลองเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์เพิ่มขึ้นดูสิ อาหารจำพวกนี้หาทานได้ในโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวทั้งหลาย โปรไบโอติกส์จะช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย และกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ตลบอบอวลอยู่ในกระเพาะและลำไส้เราได้ เมื่อไม่มีกลิ่นในระบบทางเดินอาหาร ลมหายใจของเราก็จะหอมสดชื่นได้นั่นเอง

 

7. เพิ่มเติมแร่ธาตุสังกะสี 

สังกะสีมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆได้ ดังนั้น ร่างกายจึงควรได้รับสารตัวนี้อย่างเพียงพอ โดยเราสามารถหาสารอาหารตัวนี้ได้ในอาหารประเภทฟักทอง โกโก้ และเครื่องในสัตว์ เป็นต้น

 

8. เคี้ยวสมุนไพรหรือเครื่องเทศสด ๆ

ข้อนี้ออกจะยากไปสักหน่อย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีกลิ่นปากรุนแรง การเคี้ยวใบพาสลีย์ โหระพา สะระแหน่ จะช่วยให้กลิ่นปากของคุณลดลงและเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมๆของสมุนไพรแทน แต่ถ้ายากเกินไป แค่เปลี่ยนมาเป็นการอมลูกอมที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเหล่านี้ ก็ช่วยได้เช่นกัน

 

 

ที่มา  : https://www.xn--22c0cohr1b8cc2cr6npa.com/

Comments

comments

LEAVE A REPLY